- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- กองทุนเกษียณอายุ
- ประกันภัยทางธุรกิจ
- สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
- สินเชื่อส่วนบุคคล
- Universal Life
- Unit Link

 









การ ประกันภัย ทางธุรกิจ

  • การ ประกันภัย ทางธุรกิจ สำหรับ ผู้บริหาร ( Directors & Officers Insurance )
  • การ ประกันภัย ที่คุ้มครองเกี่ยวกับ การบริหารการลงทุน ( Investment Management )
  • การ ประกันภัยประเภทที่คุ้มครองเกี่ยวกับอาชีพเฉพาะ ( Professional Liability Insurance )
  • การ ประกันภัย ที่เกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมทางการพาณิชย์ (Commercial Crime Insurance)

การ ประกันภัย ทางธุรกิจ สำหรับผ ู้บริหาร

ในปัจจุบันผลการตัดสินใจของ ผู้บริหาร หรือคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งวิธีการที่จะทำให้เกิดคำตัดสินใจนั้น ไม่เพียงส่งผลกระทบในเรื่องผลการดำเนินงานบริษัท และการประกอบอาชีพของพวกเขาเท่านั้น แต่ผลการตัดสินใจเช่นนั้นยังได้เพิ่มความเสี่ยงในการที่จะก่อให้เกิดการฟ้องร้องค่าเสียหายจากผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งก่อให้เกิดภาระหนี้สินอื่นๆ แก่บริษัท และผู้บริหารเหล่านั้นตามมาได้อีกด้วย
แนวโน้มการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้บริหารบริษัทมีเพิ่มขึ้นตลอดเวลา และมีการขยายขอบเขตออกไปทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ทั้งในภูมิภาคเอเชีย และแถบอื่นๆทั่วโลก การฟ้องร้องเช่นนี้มีมาจากหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเอง ลูกจ้าง หรือพนักงานของบริษัท และยิ่งไปกว่านั้น การที่ตลาดสินค้าต่างๆขยายตัวเชื่อมโยงกันทั่วโลก ผู้บริหารของบริษัทที่เข้าไปตั้งสำนักงานในประเทสต่างๆก็ต้องยอมรับข้อกฎหมายของแต่ละประเทศที่สินค้า และบริการของบริษัทตนเข้าไปวางจำหน่ายอยู่ด้วย
เพราะฉะนั้น สำหรับผู้บริหารขององค์กรต่างๆ การที่คุณในฐานะเป็นผู้บริหารบริษัท เริ่มคิดเรื่องการทำ ประกันภัย ที่เรียกกันติดปากในเวลานี้ว่า Directors & Officers Insurance เอาไว้ก็สามารถช่วยตัวคุณในยามคับขันได้เป็นอย่างดี

ประกันภัย ทางธุรกิจสำหรับผู้บริหาร คืออะไร?

โดยหลักการแล้ว ประกันภัย ชนิดนี้เป็นการคุ้มครองการจ่ายชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการถูกกล่าวหาว่าละเลย เพิกเฉย การรายงานเท็จ หรือการกระทำความผิดโดยไม่ได้จงใจของผู้บริหาร หรือคณะกรรมการของบริษัท

ชนิดของความคุ้มครอง

  • ประกันภัย ประภทที่คุ้มครองและรับผิดชอบส่วนของบุคคลต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปฎิบัติงานของผู้บริหาร หรือ คณะกรรมการ ( Directors & Officers Liability and Company Reimbursement Insurance ) ซึ่งเป็นประกันภัยประเภทพื้นฐานที่ครอบคลุมการดำเนินการโดยทั่วไป
  • ประกันภัย ที่คุ้มครองบริษัทในเรื่องของหลักทรัพย์ ( Entity Cover Securities Claims ) ซึ่งมุ่งเน้นธุรกรรมที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ของบริษัท
  • ประกันภัย ประเภทที่คุ้มครองบริษัทเกี่ยวกับการจ้างงาน (Entity Cover Employment Practice Claims) ซึ่งจะเป็นการคุ้มครองที่เกี่ยวกับการจ้างงาน ที่อาจส่งผลทำให้เกิดความเสียหายแก่ลูกจ้าง

ใครบ้างที่ควรจะมี ประกันภัย ชนิดนี้อยู่ในมือ

ในการตัดสินใจของผู้บริหารไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจใดๆ ก็ตามย่อมจะส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาบริษัท หรืออีกนัยหนึ่งก็อาจทำให้เกิดความเสียหายได้เช่นกัน ยิ่งในสมัยนี้ที่การขยายตัวทางธุรกิจโยงใยไปจนถึงกลุ่มคนจำนวนมากขึ้น และกินพื้นที่ทางการตลาดกว้างไกล ดังนั้นหากจะถามว่าบริษัทใด หรือองค์กรใดบ้างที่ควรจะถือกรมธรรม์ประกันภัยชนิดนี้เอาไว้ในมือ วันนี้เรามีข้อมูลมาให้คุณผู้บริหารเองพิจารณาว่า เหมาะสมกับองค์กรของตนมากน้อยเพียงแค่ไหน
ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีตัวเลขของการทำประกันประเภทนี้ สำหรับบริษัทในประเทศไทย แต่ก็พอประมาณการได้ว่า ประมาณ 25% ของบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีประกันภัยประเภทนี้อยู่ในมือ
ประเด็นแรกที่เราควรจะพิจารณาก็คือ ประเภทของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโอกาสที่จะเกิดความเสียหายในเรื่องการเงิน เช่น สถาบันการเงินต่างๆ เช่นธนาคารพาณิชย์ หรือธนาคารที่เป็นวาณิชธนกิจ ก็ถือว่าเป็นธุรกิจที่น่าจะมีประกันภัยประเภทนี้
ในปัจจุบันสถาบันการเงินสำคัญๆ ส่วนใหญ่ของไทย เช่นธนาคารพาณิชย์ บริษัทจัดการกองทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ บริษัทประกันภัยต่างๆ มีประกันประเภทนี้เอาไว้คุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
ส่วนธุรกิจประเภทอื่นที่ต้องเกี่ยวพันกับคนหมู่มาก เช่นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร บริษัทที่เกี่ยวกับการผลิต บริษัทที่เกี่ยวกับการบริโภคพื้นฐาน เช่นไฟฟ้า น้ำประปา การให้บริการ ร้านค้าปลีก ค้าส่ง และอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้กระทั่งการขนส่ง ก็เป็นธุรกิจที่น่าจะมีประกันภัยประเภทนี้เอาไว้ในมือเช่นกัน
นอกจากนั้นแล้ว ประกันภัย ประเภทนี้ยังสามารถจัดการคุ้มครองผู้บริหารและผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ขององค์กรที่ไม่หวังผลกำไรต่างๆด้วย และที่สำคัญและเป็นประโยชน์มากก็คือผู้ที่ต้องดำเนินธุรกิจกับต่างประเทศ ก็ยังสามารถซื้อประกันที่ครอบคลุมความรับผิดชอบไปได้จนถึงประเทศที่ประกอบธุรกิจ รวมถึงอเมริกาและแคนาดาด้วยเช่นกัน

อยากจะซื้อควรจะต้องคิดถึงอะไรบ้าง

เมื่อมองกัยอย่างถ้วนถีแล้ว คราวนี้คุณเริ่มอยากจะมีประกันภัยประเภทนี้ขึ้นมา ก็ต้องมาดูกันซิว่าควรจะซื้ออะไรครอบคลุมขนาดไหนกับใครดี
ประการแรกก็คือบริษัทที่เราจะซื้อประกัน อย่าลืมว่าเรื่องนี้เวลาที่เกิดปัญหาขึ้นมามนอาจจะมีการเรียกร้องความเสียหายมากมายจนแทบกระอัก เพราะฉะนั้นบริษัทที่จะมีปัญญามาจ่ายให้เรา ก็ต้องมีพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีเครดิตที่เป็นน่าเชื่อถือที่ได้รับการจัดอันดับจากสถาบันการจัดอันดับที่น่าเชื่อถือได้
ถ้าจะให้ดี หากบริษัทนั้นเคยมีประสบการณ์การที่ต้องเจอกับปัยหาในระดับนี้ก็น่าจะดีกว่าบริษัทที่ยังอ่อนประสบการณ์
ประเด็นต่อมาที่คุณต้องพิจารณาก็คือ การครอบคลุมของข้อมูลที่ให้กับบริษัทประกันภัย การทำตกหล่นบางประเด็น อาจจะทำให้เกิดปัญหาเมื่อถึงเวลาที่ต้องจ่ายสินไหมทดแทน จนเป็นที่ถกเถียงกันไม่เลิกระหว่างคุณกับบริษัทประกันภัย
และถ้ายังมองไม่อก หรือกลัวว่าจะมีอะไรตกหล่น วันนี้เรามีเกร็ดเล็กเกร็ดรอยที่จะมาฝากกันที่จะทำให้คุณพอจะมองออกว่า เราควรจะทำ ประกันภัย ธุรกิจสำหรับ ผู้บริหารครอบคลุมมากน้อยแค่ไหน

  • ประเภทของธุรกิจ หากธุรกิจของคุณมีความสลับซับซ้อน หรือมีผลส่งทอดกันไปหลายสาย หรือที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เตรียมการเอาไว้หน่อยว่าการฟ้องร้องอาจจะสูงกว่าธรรมดา
  • ประเทศที่บริษัทของคุณจดทะเบียนเอาไว้ รวมแม้กระทั่งสาขาที่บริษัทไปตั้งอยู่ ที่ต้องพึ่งพากฎหมายของประเทศนั้นๆเป็นเครื่องตัดสินหากเกิดปัญหาขึ้นมา
  • ประเภทของการจดทะเบียนบริษัท ว่าเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ ซึ่งหากบริษัทยิ่งประกอบไปด้วยผู้ถือหุ้นมากหน้าหลายตา และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แน่นอนว่าการเกิดเหตุก็จะกว้างตามไปด้วยเช่นกัน
  • ลักษณะโครงสร้างขององค์กร ที่อาจมีบริษัทย่อยอยู่หลายบริษัทในหลายๆเครือข่ายธุรกิจ
  • ขนาดของสินทรัพย์และเงินทุนซึ่งการคิดค่าเบี้ยประกันจะต้องนำเอาตัวเลขเงินทุนมาเป็นตัวกำหนด
  • ความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ รวมไปถึงการก่อหนี้ของบริษัท ความสามารถในการประกอบธุรกิจ และอนาคตในการทำธุรกิจ ยิ่งประเด็น ของเรื่องซับซ้อนมากขึ้น คุณก็ควรจะต้องพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้นตามไปด้วย
  • การฟ้องร้องที่อาจจะเกิดขึ้นหรือเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งบริษัทประกันต้องนำเอาเรื่องราวเหล่านี้มาเป็นตัวประกอบในการพิจารณาการรับประกันด้วย
  • มีการประกอบธุรกิจที่เชื่อมโยงไปถึงอเมริการเหนือ หรือแคนาดาหรือไม่ หรืออาจจะเคยไปออกหลักทรัพย์หุ้นกู้ หรือก่อหนี้ในเขตพื้นที่นั้นบ้างหรือไม่
  • มีการถือประกันประเภทนี้อยู่ในมือมาก่อนหรือไม่ เพราะถ้ามีประกันประเภทนี้อยู่แล้วก็อาจจะแค่พิจารณาว่าควรจะต้องมีการเพิ่มความครอบคลุมมากขึ้นหรือไม่
อย่างที่เคยกล่าวกันมาตลอดว่า ประกันภัย อยากซื้อแต่ไม่อยากใช้ ซึ่ง ประกันภัย ทางธุรกิจสำหรับ ผู้บริหาร (Directors & Officers Insurance) ประเภทนี้ก็ไม่เว้นเช่นกัน แต่ถ้าถามว่าจำเป็นหรือไม่ เพราะค่าเบี้ยประกันสำหรับการทำประกันประเภทนี้ค่อนข้างสูง แต่ถ้าหากเกิดเหตุการฟ้องร้องขึ้นมา ค่าเสียหายที่ถูกเรียกร้องมันมากมายมหาศาลเกินกว่าค่าเบี้ยที่คุณจะต้องจ่ายอย่างแน่นอน
   ติดต่อเรา   กลับไปข้างบน

“แผนบริการเหล่านี้จัดโดย บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด ( เอไอเอ ) บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เอไอจี ไฟแนนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท เอไอจีคาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ “
“เอกสารชุดนี้เป็นการแนะนำการประกันภัย มิใช่สัญญาประกันภัย ข้อกำหนด และเงื่อนไขของสัญญาประกันภัยจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย”
“ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ วรเดช ปัญจรงคะ ผู้บริหารหน่วย นำทอง 667 บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด
มือถือ 06-5337199 โทรศัพท์ 02-6379999 ต่อ 2765 โทรสาร 02-6379999 ต่อ 2765 อีเมล์ voradaj@yahoo.com”

ธุรกิจ และ บริการ | ความรู้เกี่ยวกับการ ประกันภัย | ทางเลือก สายอาชีพ | เพื่อ ตัวแทน
สั่งซื้อ ออนไลน์ | กระดานกระทู้ | ติดต่อ กับ เรา | แผนผัง

 
วันที่ 25 พฤษภาคม 2560         
สงวนลิขสิทธิ์โดย www.easyinsurance4u.com       ปรับปรุงล่าสุด: 10กรกฎาคม 2548

ค้นหา:
 ไปยัง: