1. ความรู้สำหรับตัวแทน
2. ทัศนคติ
3. ทักษะความชำนาญ
4. นิสัยการทำงานที่ดี
5. สำหรับผู้บริหาร
6. แบบฟอร์ม
7. ผลประโยชน์ & ความก้าวหน้า
8. ความรู้ที่เกี่ยวข้อง




ตัวอย่างแนว ข้อสอบ ชุดที่2

เรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการประกันชีวิต

1. ผู้เอาประกันชีวิตจะทำประกันชีวิตแบบใดและจำนวนเงินเอาประกันชีวิตเท่าใดควรจะพิจารณาเรื่องใดบ้าง

ก. รายได้
ข. ความสามารถในการชำระเบี้ยประกัน
ค. จำนวนผู้อยู่ในอุปการะ
ง. ถูกทั้ง ก. ข. และค.

2. การประกันชีวิตแบ่งออกเป็น

ก. 2 ชนิด
ข. 3 ประเภท
ค. 4 แบบพื้นฐาน
ง. ถูกทั้ง ก. ข. และค.

3. การประกันชีวิตประเภทอุตสาหกรรม เหมาะสำหรับผู้เอาประกันชีวิตที่มีรายได้น้อยและต้องการ

ก. จำนวนเงินเอาประกันชีวิตสูง เสียเบี้ยประกันชีวิตต่ำและชำระเบี้ยประกันชีวิตเป็นรายปี
ข. จำนวนเงินเอาประกันชีวิตต่ำ ความคุ้มครองสูงและชำระเบี้ยประกันชีวิตเป็นรายเดือน
ค. ความคุ้มครองด้านเศรษฐกิจสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระยะเวลาหนึ่ง
ง. จำนวนเงินเอาประกันชีวิตสูงความคุ้มครองสูงโดยเสียเบี้ยประกันต่ำ

4. การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นการนำเอาการประกันชีวิต 2 แบบมารวมกัน คือ

ก. แบบชั่วระยะเวลา แบบตลอดชีพ
ข. แบบชั่วระยะเวลา แบบเงินได้ประจำ
ค. แบบชั่วระยะเวลา แบบสะสมทรัพย์แท้จริง
ง. แบบตลอดชีพ แบบเงินได้ประจำ

5. ข้อต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา

ก. ถ้าผู้เอาประกันชีวิตถึงแก่กรรมภายในระยะเวลาของสัญญา ผู้รับประโยชน์จะได้รับจำนวนเงินเอาประกันชีวิต
ข. ให้ความคุ้มครองสูงและเสียเบี้ยประกันชีวิตต่ำกว่าการประกันชีวิตแบบอื่นๆ
ค. เป็นการซื้อความคุ้มครองจากการมรณกรรมอย่างเดียวไม่มีการออมทรัพย์
ง. มีมูลค่ากรมธรรม์เช่นเดียวกับการประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

5. การประกันชีวิตประเภทกลุ่ม แบบที่นิยมกันมากที่สุดในประเทศไทย มีลักษณะใกล้เคียงกับการประกันชีวิตแบบใดมากที่สุด

ก. สะสมทรัพย์
ข. ตลอดชีพ
ค. ชั่วระยะเวลา
ง. ถูกทุกข้อ

7. เมื่อผู้เอาประกันชีวิตไม่ต้องการความคุ้มครองจากสัญญาประกันชีวิต หลังจากชำระเบี้ยประกันชีวิต 1 ปีผู้เอาประกันชีวิตมีสิทธิอย่างไรบ้าง

ก. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและไม่ได้รับเงินผลประโยชน์ใดทั้งสิ้น
ข. เวนคืนกรมธรรม์เพื่อรับเงินสดตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
ค. ขอรับเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระมาแล้ว
ง. ไม่มีข้อใดถูก

8. น.ส.มาลี ทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 20/20 เมื่อส่งเบี้ยประกันชีวิตครบ 7 ปี น.ส. มาลี ขอแปลงกรมธรรม์เป็นมูลค่าขยายเวลาได้ 13 ปี และมีเงิน สะสมทรัพย์ที่แท้จริงเหลือจำนวนหนึ่ง ถ้า น.ส. มาลี มีชีวิตรอดอยู่จนครบระยะเวลาขยายจะได้รับเงินเท่าใด

ก. ไม่ได้รับเงินเลย
ข. ได้รับจำนวนเงินเอาประกันชีวิต
ค. ไม่ได้รับจำนวนเงินเอาประกันชีวิต แต่จะได้รับเงินมูลค่าเงินสดส่วนที่เหลือ
ง. ไม่ได้รับจำนวนเงินเอาประกันชีวิตแต่จะได้รับจำนวนเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระไปแล้วทั้งหมด

9. กรมธรรม์ประเภทอุตสาหกรรม หากผู้เอาประกันชีวิตขาดชำระเบี้ยประกันชีวิตจนพ้นกำหนดระยะเวลาผ่อนผันแล้วแต่กรมธรรม์นั้นมีมูลค่ากรมธรรม์แล้ว บริษัทจะทำให้กรมธรรม์มีผลบังคับต่อไปอย่างไร

ก. แปลงเป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ
ข. แปลงเป็นกรมธรรม์แบบขยายเวลา
ค. กู้ชำระเบี้ยประกันชีวิตโดยอัตโนมัติ
ง. ถูกทุกข้อ

10. การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ธรรมดา มูลค่าเงินสดและมูลค่าใช้เงินสำเร็จในแต่ละปี กรมธรรม์จะมี

ก. จำนวนมูลค่าเงินสดสูงกว่าเสมอ
ข. จำนวนมูลค่าใช้เงินสำเร็จสูงกว่าเสมอ
ค. จำนวนมูลค่าเงินสดสูงกว่าเสมอ ยกเว้นปีสุดท้ายแห่งสัญญาจะเท่ากัน
ง. จำนวนมูลค่าใช้เงินสำเร็จสูงกว่าเสมอ ยกเว้นปีสุดท้ายแห่งสัญญาจะเท่ากัน

11. อัตราเบี้ยประกันชีวิต ที่นักคณิตศาสตร์ประกันภัยกำหนดขึ้นนั้น อาศัยหลักเกณฑ์อะไรบ้าง

ก. ดัชนีราคาผู้บริโภค อัตรามรณะ อัตราดอกเบี้ย อัตราค่าใช้จ่าย
ข. อัตรามรณะ อัตราค่าใช้จ่าย ดัชนีราคาผู้บริโภค
ค. อัตรามรณะ อัตราดอกเบี้ย อัตราค่าใช้จ่าย
ง. อัตรามรณะ อัตราดอกเบี้ย อัตราค่าใช้จ่าย อายุ กำไร

12. เมื่อถึงกำหนดชำระเบี้ยประกันชีวิต ถ้าผู้เอาประกันชีวิตยังไม่ชำระเบี้ยประกันชีวิตตามกรมธรรม์ประกันชีวิต

ก. จะขาดผลบังคับลงทันที
ข. จะมีผลบังคับต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่ง
ค. จะถูกบริษัทเรียกคืน
ง. อาจถูกบริษัทบอกเลิกสัญญาได้

13. สำหรับเงื่อนไขในการต่ออายุกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้น ข้อต่อไปนี้ ข้อใดผิด

ก. กรมธรรม์ที่ขาดอายุไปแล้ว จะขอต่ออายุได้ภายในกำหนดเวลาที่บริษัทได้กำหนดไว้เท่านั้น
ข. บริษัทจะยอมให้ต่ออายุได้ โดยไม่คำนึงว่าสุขภาพของผู้เอาประกันชีวิตจะเปลี่ยนไปหรือไม่
ค. บริษัทอาจเรียกเก็บอัตราเบี้ยประกันชีวิตเพิ่มก็ได้ สำหรับผู้เอาประกันชีวิตบางคน
ง. บริษัทอาจปฏิเสธไม่ต่ออายุกรมธรรม์สำหรับผู้เอาประกันชีวิตบางคนหากปรากฏว่าผู้เอาประกันชีวิตมีสุขภาพไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม

14. น.ส. สมรรัตน์ ทำประกันชีวิตแบบประเภทสามัญ จำนวนเงินเอาประกันชีวิต 50,000 บาท และซื้อความคุ้มครองอุบัติเหตุอีก 50,000 บาท โดยชำระเบี้ยประกันรายงวด 3 เดือน หาก น.ส. สมรรัตน์ เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยปีที่สาม ได้เพียง 2 งวด ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนเท่าไร

ก. จำนวนเงินเอาประกันชีวิตรวมอุบัติเหตุ 100,000 บาท
ข. จำนวนเงินเอาประกันชีวิตรวมอุบัติเหตุหักเบี้ยประกันชีวิตรวมเบี้ยประกันอุบัติเหตุอีกสองงวด
ค. จำนวนเงินเอาประกันชีวิตรวมอุบัติเหตุหักเบี้ยประกันชีวิตอย่างเดียว 2 งวด
ง. จำนวนเงินเอาประกันอุบัติเหตุ 50,000 บาท

15. การกู้เงินโดยมีกรมธรรม์เป็นประกันนั้น ผู้เอาประกันชีวิต

ก. ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้กับบริษัท
ข. ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้กับบริษัท
ค. ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้บริษัทถ้ากรมธรรม์นั้นเป็นแบบมีเงินปันผล แต่ต้องเสียดอกเบี้ยให้บริษัท ถ้ากรมธรรม์นั้นเป็นแบบไม่มีเงินปันผล
ง. ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้บริษัท ถ้ากรมธรรม์นั้นมีผลบังคับเกิน 5 ปี

16. ในการเสนอขายประกันชีวิตรายหนึ่ง ผู้เอาประกันชีวิตไม่ประสงค์ที่จะเอาประกันชีวิตเพราะไม่มีเงินพอที่จะส่งชำระเบี้ยประกันชีวิต ตัวแทนที่เสนอขายได้แนะนำว่าตัวเขาเองจะเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันชีวิตแทนก่อนและตัวแทนก็ทำเช่นนั้นจริงๆ นอกจากนี้ยังเป็นผู้กรอกใบคำขอทำประกันชีวิต พร้อมทั้งลงรายมือชื่อแทนผู้เอาประกันชีวิตด้วย ต่อมาอีก 2 วัน ตัวแทนผู้นี้ได้นำกรมธรรม์ประกันชีวิตไปมอบให้แก่ผู้เอาประกันชีวิตและทวงค่าเบี้ยประกันชีวิตที่ตนชำระแทนไป จงพิจารณาข้อความข้างล่างนี้ ข้อใดถูกต้อง

ก. การกระทำของตัวแทนเช่นนี้ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรงควรช่วยกันขจัดให้หมดไป
ข. ตัวแทนที่กระทำเช่นนี้น่าสรรเสริญ เพราะ ช่วยขยายธุรกิจให้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
ค. ตัวแทนที่กระทำเช่นนี้น่าสรรเสริญ เพราะ ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาด้านการเงินทำประกันชีวิตได้
ง. ถูกทุกข้อ

17. นายบรรเลงทำประกันชีวิตประเภทสามัญแบบสะสมทรัพย์ 5/10 จำนวนเงินเอาประกันชีวิต 200,000 บาท จำนวนเงินเอาประกันอุบัติเหตุ 200,000 บาท ชำระเบี้ยประกันชีวิตมาแล้ว 3 ปี และตารางแนบท้ายกรมธรรม์ในปลายปีที่ 3 มูลค่าเวนคืนเงินสด 110 บาท ต่อเงินเอาประกันชีวิต 1,000 บาท มูลค่าใช้เงินสำเร็จเท่ากับ 218 บาท ต่อเงินเอาประกันชีวิต 1,000 บาท และมูลค่าขยายเวลา 12 ปี และมีเงินสะสมทรัพย์เมื่อครบกำหนด 164 บาท ต่อเงินเอาประกันชีวิต 1,000 บาท ถ้านายบรรเลงจะขอกู้เงินโดยมีกรมธรรม์เป็นประกันจะสามารถกู้เงินได้เท่ากับ

ก. 22,000 บาท
ข. 44,000 บาท
ค. 43,600 บาท
ง. 89,200 บาท

18. จากโจทย์ข้อ 17. ถ้านายบรรเลงขอแปลงกรมธรรม์เป็นมูลค่าใช้เงินสำเร็จแล้ว และมีอายุอยู่จนครบสัญญา นายบรรเลงจะได้รับเงินคืนเท่ากับ

ก. 22,000 บาท
ข. 43,600 บาท
ค. 32,800 บาท
ง. ไม่ได้รับเงินเลย

19. จากโจทย์ข้อ 17. ถ้านายบรรเลงขอแปลงกรมธรรม์เป็นมูลค่าขยายเวลาแล้ว และต่อมาอีก 3 ปี นายบรรเลงได้เสียชีวิตลง นายบรรเลงจะได้รับเงินเท่ากับ

ก. 200,000 บาท
ข. 400,000 บาท
ค. 43,600 บาท
ง. 22,000 บาท

20. จากโจทย์ข้อ 17. ถ้านายบรรเลงชำระเบี้ยประกันภัยของงวดปีที่ 4 แล้ว ปรากฏว่าเขาได้ถูกรถยนต์ชนตาย บริษัทจะต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์เท่ากับ

ก. 200,000 บาท
ข. 400,000 บาท
ค. 44,000 บาท
ง. 89,200 บาท

เรื่อง พระราชบัญญัติประกันชีวิต

1. นาย ก. ต้องการเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัททำนุประกันชีวิต จำกัด แต่นาย ก. ไม่มีใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต บริษัทจึงออกบัตรประจำตัวพนักงานเก็บเบี้ยประกันภัยให้นาย ก. ดังนั้น นาย ก. จะมีสิทธิชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัททำนุประกันชีวิต จำกัด ได้หรือไม่

ก. มีสิทธิ เพราะมีบัตรประจำตัวพนักงานเก็บเบี้ยประกันภัยแล้ว
ข. มีสิทธิ เพราะเมื่อรับเบี้ยประกันภัยได้ย่อมชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทได้
ค. ไม่มีสิทธิ
ง. มีสิทธิถ้าได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนประกันชีวิต

2. นายแสงได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทนครประกันชีวิต จำกัด ดังนี้นายแสงจะชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทธนบุรีประกันชีวิต จำกัด ได้หรือไม่

ก. ได้ เพราะได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทนครประกันชีวิต จำกัด อยู่แล้ว
ข. ได้ เมื่อบริษัทนครประกันชีวิต จำกัด ยินยอม
ค. ได้ เมื่อบริษัทธนบุรีประกันชีวิต จำกัด ยินยอม
ง. ไม่ได้ นอกจากจะได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทธนบุรี จำกัด อีกบริษัทหนึ่ง

3. นาย ก. จะยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตโดยไม่ระบุว่าเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทใด เพราะยังไม่แน่ใจว่าเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทใด ดังนี้จะกระทำได้หรือไม่

ก. ได้ เพราะกฎหมายมิได้ห้ามไว้
ข. ได้ โดยร้องขอต่อนายทะเบียนก่อน
ค. ได้ โดยแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายหลัง
ง. ตาพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ไม่อาจกระทำได้

4. กรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทออกให้แก่ผู้เอาประกันภัยต้องได้รับความเห็นชอบจาก

ก. นายทะเบียนประกันชีวิต
ข. ปลัดกระทรวงพาณิชย์
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ง. รองปลัดกระทรวงพาณิชย์

5. หลักทรัพย์ประกันที่บริษัทวางไว้กับนายทะเบียนนั้น

ก. เพื่อให้เจ้าหนี้ของบริษัทยึดไปใช้หนี้เมื่อมีหนี้สิน
ข. เพื่อให้รัฐบาลยึดไปใช้หนี้ค่าภาษีอากร
ค. เพื่อไว้ใช้จ่ายคืนผู้ถือหุ้นของบริษัทก่อนใครยื่น เมื่อบริษัทร้องขอ
ง. เพื่อเป็นหลักประกันแก่ผู้เอาประกันในอันที่จะได้รับใช้หนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น เมื่อบริษัทเลิกกัน

6. ตัวแทนประกันชีวิตอาจทำสัญญาประกันชีวิตแทนบริษัทได้

ก. โดยไม่ต้องรับมอบอำนาจจากบริษัท
ข. โดยได้รับมอบอำนาจจากนายทะเบียนประกันชีวิต
ค. โดยได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบริษัท
ง. โดยสอบความรู้ขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต

7. ผู้ที่ประสงค์จะยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต จะต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต

ก. ต่อนายทะเบียนประกันวินาศภัย
ข. ต่อนายทะเบียนประกันชีวิต
ค. ต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
ง. ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

8. นายทะเบียนประกันชีวิตมีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตเมื่อปรากฏแก่นายทะเบียนว่า

ก. ตัวแทนประกันชีวิตมีหนี้สินล้นพ้นตัว
ข. ตัวแทนประกันชีวิตตกเป็นบุคคลล้มละลาย
ค. ตัวแทนประกันชีวิตติดยาเสพติด
ง. ไม่มีข้อใดถูก

9. เมื่อปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า ตัวแทนประกันชีวิตดำเนินงานทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือประชาชนนายทะเบียนมีอำนาจ

ก. ฟ้องศาลขอให้ศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย
ข. ฟ้องศาลขอให้ตัวแทนรับผิดฐานละเมิด
ค. สั่งเพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต
ง. สั่งให้บริษัทดำเนินการตามกฎหมาย

10. บริษัทจะจ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดล่วงหน้าเป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนสำหรับงานที่จะทำให้แก่บริษัทได้หรือไม่

ก. ได้เพราะ พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 มิได้ห้ามไว้
ข. ได้ แต่ต้องขอความเห็นชอบจากนายทะเบียนก่อน
ค. ไม่ได้ เพราะพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 ห้ามไว้
ง. จะจ่ายหรือไม่จ่ายก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่ดุลยพินิจของบริษัท

เรื่อง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

1. สัญญาประกันภัยมีบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่สามฝ่าย คือ

ก. ผู้เอาประกันภัย เจ้าหนี้ และลูกหนี้
ข. ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประกันภัย และผู้รับประโยชน์
ค. ผู้รับประกันภัย ผู้เอาประกันภัย และลูกหนี้
ง. ผู้รับประกันภัย ผู้เอาประกันภัย และเจ้าหนี้

2. นายนิกร ได้ขอเอาประกันชีวิตตนเองกับบริษัทแห่งหนึ่งโดยนายนิกรได้กรอกข้อความในใบคำขอเอาประกันชีวิตและลงลายมือชื่อเรียบร้อยแล้ว แต่นายนิกรไม่มีเงินค่าเบี้ยประกันภัย น.ส. อรปวีณา คู่รักของนายนิกรจึงออกเบี้ยประกันภัยให้และให้ น.ส. อรปวีณา เป็นผู้รับประโยชน์ ดังนี้ ถ้าบริษัทพิจารณารับประกันชีวิตนายนิกรแล้ว ต่อมานายนิกรถึงแก่กรรมบริษัทจะจ่ายเงินเอาประกันชีวิตหรือไม่

ก. ไม่จ่าย เพราะถือว่า น.ส. อรปวีณา เป็นผู้เอาประกันชีวิต นายนิกรซึ่งไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย
ข. จ่าย เพราะถือว่า นายนิกรเอาประกันชีวิตตนเอง
ค. ไม่จ่าย เพราะสัญญาเป็นโมฆียะ
ง. จ่าย เพราะถือว่า น.ส. อรปวีณา มีส่วนได้เสีย

3. บุคคลที่ผู้เอาประกันชีวิตระบุให้เป็นผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์แล้ว ต่อมาภายหลังผู้เอาประกันชีวิตเองจะขอเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์เสียใหม่ จะกระทำได้หรือไม่

ก. ได้ทุกกรณีโดยไม่มีเงื่อนไข
ข. โดยทั่วไปเปลี่ยนได้เว้นแต่กรณีที่ผู้รับประโยชน์ได้แสดงความจำนงไปยังผู้รับประกันภัยแล้ว และยึดถือกรมธรรม์ไว้
ค. ไม่อาจเปลี่ยนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ
ง. ผิดทั้งหมด

4. สัญญาประกันชีวิตเมื่อมีผลสมบูรณ์แล้ว จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงบางรายได้หรือไม่

ก. ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย
ข. แก้ไขได้โดยผู้เอาประกันภัยขอแก้ไข
ค. แก้ไขได้โดยผู้รับประกันภัยขอแก้ไข
ง. ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

5. เมื่อสัญญาประกันชีวิตเกิดขึ้นแล้วกฎหมายกำหนดให้ผู้รับประกันภัยจะต้องส่งมอบเอกสารใดบ้างให้กับผู้เอาประกันภัย

ก. ต้องส่งมอบคำขอเอาประกันภัย
ข. ต้องมอบรายงานการตรวจสุขภาพของแพทย์
ค. ต้องส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัย
ง. ไม่ต้องส่งมอบเอกสารใดๆทั้งสิ้น

6. ในการบอกล้างสัญญาประกันชีวิตที่เป็นโมฆียะเนื่องจากการแถลงข้อความอันเป็นเท็จ ผู้รับประกันภัยจะต้องคืนเงินจำนวนใดๆ ให้กับผู้เอาประกันภัยหรือทายาทของเขาบ้างหรือไม่

ก. ต้องคืนค่าไถ่ถอนกรมธรรม์ประกันภัย
ข. ต้องคืนเบี้ยประกันภัยที่ได้รับมาทั้งหมด
ค. ต้องคืนเบี้ยประกันภัยที่ได้รับมาทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย
ง. ไม่ต้องคืนจำนวนเงินใดๆเลย

7. นายแสงเอาประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา มีกำหนดอายุสัญญา 10 ปี ได้ส่งเบี้ยประกันภัยมาแล้ว 4 ปี จึงขอเลิกสัญญา ดังนี้ นายแสงมีสิทธิ

ก. ได้รับเบี้ยประกันภัยที่ส่งไปแล้วทั้งหมด
ข. ได้รับเบี้ยประกันภัยที่ส่งไปแล้วทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย
ค. ได้รับเบี้ยประกันภัยที่ส่งไปแล้วทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ยและเงินปันผล
ง. ไม่ได้รับจำนวนเงินใดๆ คืนเลย เนื่องจากการประกันชั่วระยะเวลา กรมธรรม์จะไม่มีมูลค่าเงินสด

8. นายวาณิช ได้ขอเอาประกันชีวิตภรรยาของตนไว้จำนวนเงินเอาประกันชีวิต 100,000 บาท โดยตนเองเป็นผู้รับประโยชน์ ต่อมา นายวาณิชได้วางแผนฆ่าภรรยาของตนเสีย เช่นนี้บริษัทจะต้องจ่ายเงินเท่าใด

ก. จ่ายคืนเฉพาะเงินค่าไถ่ถอนกรมธรรม์เท่านั้น
ข. จ่ายเต็มจำนวนเงินเอาประกันชีวิต
ค. จ่ายคืนเฉพาะมูลค่าใช้เงินสำเร็จ
ง. ไม่ต้องจ่ายเงินใดๆ

9. นายสา ได้ทำประกันชีวิตไว้กับบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง จำนวนเงินเอาประกันภัย 200,000 บาท ส่งเบี้ยประกันรายปี ปีละ 2,000 บาท โดยระบุให้นางสี ภรรยาเป็นผู้รับประโยชน์ ผู้เอาประกันภัยได้ส่งเบี้ยประกันภัยมา 3 ปี รวม 6,000 บาท ต่อมานายสาได้เสียชีวิตลง บริษัทได้จ่ายเงินให้นางสี 200,000 บาท เจ้าหนี้ของนายสา จะมาเอาเงินส่วนไหนชำระหนี้ให้แก่ตนได้

ก. ได้ทั้งหมดของเงินที่ผู้รับประกันภัยได้จ่ายมา
ข. ได้เฉพาะเงินเบี้ยประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยได้ส่งไปแล้ว 6,000 บาท เท่านั้น
ค. เจ้าหนี้จะไม่ได้เลย
ง. เจ้าหนี้จะได้เพียง 100,000 บาท

10. นาย ก. ทำประกันชีวิตไว้กับ บริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ทุนประกัน 50,000 บาท ยกผลประโยชน์ให้ภรรยา ต่อมานาย ก. ถูกรถชนตาย และผู้ขับรถได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ภรรยานาย ก. แล้วเป็นเงิน 30,000 บาท ดังนั้นภรรยานาย ก. มีสิทธิเรียกร้องให้บริษัทประกันชีวิตจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์หรือไม่เพียงใด

ก. ได้ แต่ไม่เกิน 20,000 บาท
ข. ไม่มีสิทธิเรียกร้องจากบริษัทอีก เพราะได้รับการชดใช้จากผู้กระทำละเมิดแล้ว
ค. ได้เต็มจำนวนทุนประกัน คือ 50,000 บาท
ง. ได้เท่าที่เสียหายจริง

สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ วรเดช ปัญจรงคะ ผู้บริหารหน่วยนำทอง667 บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด
มือถือ 06-5337199 โทรศัพท์ 02-6379999 ต่อ 2765 โทรสาร 02-6379999 ต่อ 2765 อีเมล์ voradaj@yahoo.com”

ธุรกิจ และ บริการ | ความรู้เกี่ยวกับการ ประกันภัย | ทางเลือก สายอาชีพ | เพื่อ ตัวแทน
สั่งซื้อ ออนไลน์ | กระดานกระทู้ | ติดต่อ กับ เรา | แผนผัง

 
วันที่ 23 มิถุนายน 2561         
สงวนลิขสิทธิ์โดย www.easyinsurance4u.com       ปรับปรุงล่าสุด: 10กรกฎาคม 2548

ค้นหา:
 ไปยัง: