1. ประวัติของการประกันภัย
2. จรรยาบรรณ และ
ศิลธรรมของตัวแทน
3. ความรู้เกี่ยวกับประกันชีวิต
4. ความรู้ตามประมวล
กฎหมายแพ่ง และพาณิชย์
5. ความรู้เกี่ยวกับพระราช-
บัญญัต ิประกันชีวิตพ.ศ.2535
6. เหตุแห่งสัญญาโมฆียะ
7. คู่มือประกันชีวิต
8. ความรู้ทั่วไป
9. แบบประกันที่เหมาะสม
กับเรา
10. ข้อแนะนำการซื้อประกันภัย
11. ข้อแนะนำการรับมอบ
กรมธรรม์
12. ข้อพิพาทการประกันภัย
13. ความรู้เกี่ยวกับการประกัน
วินาศภัย
14. การลดหย่อนภาษี
15. สายด่วนสุขภาพ เอ.ไอ.เอ
16. ข้อมูลทางสถิติ
17. สถานะทางการเงินของ
บริษัทต่างๆ
18. เว็ปไซด์ที่เกี่ยวข้อง








คู่มือ ประกันชีวิต

*** เนื้อหาความรู้สามารถดาวน์โหลดได้ โดยเป็น PDF ไฟล์ (ใช้โปรแกรม Adobe Acrobat) ***

ฉันคือกรมธรรม์ของท่าน

ท่านกับฉันต่างก็มีเป้าประสงค์ ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ดูแล้วคล้ายกันมากทีเดียว หน้าที่ของท่านคือการ จัดหาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่พักอาศัย การศึกษา ยารักษาโรค และอีกหลายอย่างแก่คนที่ท่านรัก ท่านทำ อย่างนี้ในขณะที่ฉันนอนพักอยู่เงียบๆ ฉันต้องมีศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวท่าน ส่วนหนึ่งของรายได้ของท่าน จะถูกกันไว้เป็นค่าบำรุงรักษาฉัน ในช่วงเวลานี้ ฉันเป็นเหมือนอะไรบางอย่างที่ดูไม่มีคุณค่าใดสำหรับท่าน แต่สักวันหนึ่ง(ใครจะรู้ว่าเมื่อใด)ท่านกับฉันจะเปลี่ยนที่กัน เมื่อท่านล้มลง ฉันจะลุกขึ้น และทำหน้าที่แทน ฉันจะจัดหาอาหาร เสื้อผ้า ที่พักอาศัย การศึกษา ยารักษาโรคและสิ่งอื่นๆที่ยังคงจำเป็นสำหรับครอบครัว ของท่าน อย่างที่ท่านกำลังทำอยู่ตอนนี้ เมื่องานของท่านสิ้นสุด งานของฉันเริ่มต้น โดยผ่านฉัน ท่านยังคง แบกรับภาระต่อไป

ถ้าท่านยังอยู่และดูแลครอบครัวโดยปราศจากฉัน ฉันยังทำงานให้ท่านอยู่ดี เมื่อท่านมาถึงวัย ทองของการเกษียณอายุ ฉันจะเริ่มทำงานโดยจัดสรรเงินที่จำเป็น ขณะที่ท่านทำงานไม่ได้แล้ว เมื่อใดที่ท่าน รู้สึกเป็นภาระในการดูแลฉัน โปรดระลึกว่าฉันจะทำเพื่อท่านและครอบครัวมากกว่าที่ท่านเคยทำเพื่อฉัน ถ้าท่านทำหน้าที่ของท่าน ฉันรับประกันว่าจะทำหน้าที่ของฉันอย่างแน่นอน

การ ประกันชีวิต คืออะไร

การประกันชีวิต คือการที่บุคคลผู้หนึ่งเรียกว่า “ ผู้เอาประกันภัย ” ได้จ่ายเงินจำนวนหนึ่งเรียกว่า “ เบี้ยประกันภัย ” ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในสัญญา (กรมธรรม์) ให้กับบริษัทประกันภัย เพื่อซื้อความคุ้มครองตามที่ระบุเป็นเงื่อนไขไว้ในกรมธรรม์ อาทิ ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์หรือมีอายุยืนยาวจนครบกำหนดตามที่ระบุไว้ บริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเรียกว่า “ จำนวนเงินเอา ประกันภัย ” ให้แก่ผู้รับประโยชน์หรือผู้เอาประกันภัยแล้วแต่กรณี ทั้งนี้เงื่อนไขความคุ้มครองจะมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อตามความเหมาะสมของผู้เอาประกันภัยเป็นหลัก

การ ประกันชีวิต มีประโยชน์อย่างไร

ประโยชน์ของการ ประกันชีวิต คือ

  1. ช่วยสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่ผู้เอาประกันภัยและครอบครัว เช่น หากผู้นำ ครอบครัวทำประกันชีวิตไว้แล้วเกิดเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เงินประกันชีวิตที่ได้รับจะช่วยบรรเทาความ เดือดร้อนทางการเงินของครอบครัวได้ระยะหนึ่ง หรือหากทำประกันชีวิตเพื่อการศึกษาของลูกไว้ ลูกก็จะมี เงินใช้จ่ายเพื่อการศึกษาได้ต่อไป เป็นต้น
  2. ช่วยให้เกิดการออมทรัพย์อย่างมีวินัยและต่อเนื่องเพราะการ ประกันชีวิต เป็นสัญญาระยะยาว และผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันภัยเป็นรายงวด บางรูปแบบของการประกันชีวิตจะมีส่วน ของการออมทรัพย์อยู่ด้วยแต่จะไม่เหมือนกับการฝากเงินไว้กับธนาคาร เนื่องจากการทำประกันชีวิตเป็น การซื้อความคุ้มครองเป็นหลัก ดังนั้นหากมีการยกเลิกกรมธรรม์ในปีใดก็ตามระหว่างอายุสัญญา เงินที่ผู้ เอาประกันภัยได้รับคืนมาจะไม่เท่ากับจำนานเงินเบี้ยประกันภัยที่จ่ายให้กับบริษัทเพราะส่วนหนึ่งต้องจ่าย เป็นค่าซื้อความคุ้มครอง ส่วนดีก็คือ หากผู้เอา ประกันภัยเ สียชีวิตภายใต้เงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินผลประโยชน์ตามจำนวนเงินเอาประกันภัย ซึ่งมากกว่าจำนวนเบี้ย ประกัน ภัย ที่จ่ายบริษัทไปแล้ว
  3. การประกันชีวิต เป็นการระดมเงินทุนในรูปของเบี้ยประกันชีวิต ซึ่งบริษัทสามารถนำไปลงทุน ประกอบธุรกิจอื่นได้ตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงิน การจ้างงาน ฯลฯ และนำมา ซึ่งการพัฒนาประเทศ นอกจากนั้นผู้เอาประกันภัยยังสามารถนำเงินค่าเบี้ยประกันชีวิต สำหรับกรมธรรม์ที่ มีระยะเวลาเอาประกันภัยไม่ต่ำกว่า 10 ปี ไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ไม่เกิน 50,000 บาท

การ ประกันชีวิต แตกต่างกับการ ฝากเงินไ ว้กับ ธนาคาร อย่างไร

ขณะนี้การ ประกันชีวิต ได้รับความสนใจจากประชาชนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประชาชนได้ มองเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการประกันชีวิต แต่ปรากฏว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าการประกัน ชีวิตเหมือนกับการฝากเงินไว้กับธนาคาร ประกอบกับรูปแบบการเสนอขายในปัจจุบันของตัวแทนประกัน ชีวิตอาจจะมีการชี้แจงไม่ครบถ้วนและก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ซึ่งโดยลักษณะที่แท้จริงแล้วการประกัน ชีวิตและการฝากเงินไว้กับธนาคารนั้นมีความแตกต่างกันดังนี้ 1. การฝากเงินไว้กับธนาคาร ถ้าผู้ฝากเงินเสียชีวิตทายาทก็จะได้รับเงินฝากพร้อมดอกเบี้ย ส่วน การทำประกันชีวิต ถ้าผู้ทำประกันชีวิตเสียชีวิตภายใต้เงื่อนไข ถึงแม้ชำระเบี้ยประกันมาเพียงงวดเดียว ผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าเบี้ยประกันที่ชำระไปแล้ว ตัวอย่าง เช่น ถานาย ก ฝากเงินไว้กับธนาคาร ปีละ 10,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี เมื่อนาย ก ถอนเงินคืนหรือนาย ก เสียชีวิต นาย ก หรือ ทายาทจะได้รับเงิน 30,000 บาท รวมกับดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น แต่ถ้าหากนาย ก ทำประกันชีวิต โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท จ่าย จ่ายเบี้ยประกันภัยปี ละ 10,000 บาท เมื่อนาย ก เสียชีวิตในปีที่ 3 ผู้รับประโยชน์ของนาย ก จะได้รับเงิน 100,000 บาท แม้ว่านาย ก จะจ่ายเบี้ยประกันไปเพียง 30,000 บาท 2. การฝากเงินกับธนาคารจะฝากเมื่อใดก็ได้ตามที่ท่านต้องการ แต่การทำประกันชีวิตท่านต้อง ชำระเบี้ยประกันภัยตามงวดการชำระเบี้ยประกันภัยที่กำหนดไว้ไม่เช่นนั้นกรมธรรม์ของท่านจะสิ้นผล บังคับ เบี้ยประกันภัยที่ท่านได้ชำระไปแล้วจะไม่ได้คืนกลับมาเลยในปีแรกเพราะบริษัทได้คิดเป็นค่าความ คุ้มครองการเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายของท่านแล้ว ขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ 3. การฝากเงินกับธนาคารนั้น ท่านสามารถถอนเงินหรือปิดบัญชีเมื่อใดก็ได้ ท่านก็จะได้รับ เงินต้นคืนพร้อมด้วยดอกเบี้ย (ถ้ามี) แต่การทำประกันชีวิตเมื่อท่านต้องการยกเลิกสัญญาประกันชีวิต ท่านจะไม่ได้รับเงินที่ท่านชำระเบี้ยประกันภัยคืนเต็มจำนวน โดยในปีแรกถ้าท่านยกเลิกสัญญาท่านจะไม่ได้ รับเงินคืนเลย แต่เมื่อกรมธรรม์มีอายุครบ 2 ปีขึ้นไป จึงจะมีเงินเหลือคืนให้ แต่จำนวนเงินที่ได้คืนนี้จะ น้อยกว่าเบี้ยประกันภัยที่ท่านได้ชำระไปแล้ว เมื่อปีต่อๆไปเงินจำนวนนี้จะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จน กรมธรรม์ครบกำหนดก็จะได้เท่ากับจำนวนเงินเอาประกันภัย

แบบของการ ประกันชีวิต มีกี่แบบ

กรมธรรม ์ประกันชีวิต มีแบบที่ถือว่าเป็นแบบพื้นฐานอยู่ 4 แบบ ประกอบด้วย

  1. แบบสะสมทรัพย์ คือสัญญาประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย ให้แก่ผู้เอาประกันภัยใน 2 เงื่อนไขด้วยกัน คือ (1) เมื่อผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญา หรือ (2) เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาเอาประกันภัยก่อนวันครบกำหนดสัญญา ตัวอย่างเช่น ผู้เอาประกันภัยซื้อประกันชีวิตเมื่ออายุ 40 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัย 200,000 บาท กำหนดอายุสัญญา 20 ปี (กรมธรรม์สิ้นสุดเมื่อผู้เอาประกันภัยอายุ 60 ปี) ภายใต้เงื่อนไขนี้ (1) หากผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 60 ปี บริษัทจะต้องจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย 200,000 บาท ให้ผู้เอา ประกันภัยหรือ (2) หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในปีใดปีหนึ่งก่อนอายุครบ 60 ปี บริษัทจะต้องจ่าย จำนวนเงินเอาประกันภัยให้ผู้รับประโยชน์จำนวน 200,000 บาท
  2. แบบตลอดชีพ คือสัญญาประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันภัยตลอดชีวิต โดย บริษัทประกันชีวิตจะต้องจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต หรือในกรณีพิเศษที่ผู้เอาประกันภัยมีชีวิตยืนยาวจนถึงอายุ 99 ปี บริษัทประกันชีวิตจะต้องจ่ายจำนวนเงิน เอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย
  3. แบบชั่วระยะเวลา คือสัญญาประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย ให้แก่ผู้รับประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาเอาประกันภัย ตัวอย่างเช่น ผู้เอาประกันภัย อายุ 40 ปี ทำประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา กำหนด 10 ปี ต่อมาปรากฏว่าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตเมื่อ อายุ 45 ปี ซึ่งยังอยู่ในอายุสัญญา บริษัทจะต้องจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ แต่หาก ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบกำหนดสัญญาแล้ว (อายุ 50 ปี) ผู้เอาประกันภัยจะไม่ได้รับเงินคืนจากบริษัท
  4. แบบเงินได้ประจำ คือสัญญาประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินงวดเท่าๆกันทุก เดือนให้แก่ผู้เอาประกันภัยตลอดชีพ หรือในระยะเวลาที่กำหนดไว้ เช่น 10 ปี หรือ 20 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ผู้ เอาประกันภัยเกษียณอายุ หรือตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย

เบี้ย ประกันภัย คืออะไร

เบี้ย ประกันภัย คือจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายให้กับบริษัทเพื่อซื้อความคุ้มครองที่จะ ได้รับจากการประกันชีวิต เบี้ยประกันภัยเปรียบเทียบได้กับราคาสินค้านั่นเอง ในการขายสินค้าชนิดอื่น ราคาขายย่อมเท่ากับราคาต้นทุนบวกกำไร ในการประกันชีวิตก็เช่นเดียวกัน จำนวนเบี้ยประกันภัยที่บริษัท เรียกเก็บจากผู้เอาประกันภัยจะต้องมีจำนวนเพียงพอกับค่าต้นทุนในการประกอบการรับประกันชีวิตของ บริษัท บวกกำไรของบริษัท ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการดำเนินงานและผลตอบแทนจากการลงทุนของ บริษัท เบี้ยประกันภัยที่บริษัทนำไปเสนอขายแก่ประชาชนนั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน เพื่อพิจารณาความถูกต้องตามหลักการคำนวณด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย

เมื่อยกเลิกกรมธรรม์ ประกันภัย จะได้รับเงินคืนหรือไม่ อย่างไร

ถ้าผู้เอาประกันภัยยกเลิกการทำประกันชีวิตก่อนที่กรมธรรม์จะครบกำหนดสัญญา โดยเฉพาะ ถ้าเป็นการยกเลิกในปีแรกของการทำประกันชีวิต ผู้เอาประกันภัยจะไม่ได้รับเงินที่จ่ายไปแล้วคืน เนื่องจาก บริษัทมีค่าใช้จ่ายในปีแรกค่อนข้างสูง เช่น ค่าออกกรมธรรม์ ค่าตรวจสุขภาพ ค่าบำเหน็จตัวแทนประกัน ชีวิต จากค่าใช้จ่ายที่สูงนี้จึงทำให้ ไม่มีเงินคืนให้แก่ผู้เอาประกันภัย แต่ถ้าผู้เอาประกันภัยได้ชำระเบี้ย ประกันภัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือกรมธรรม์มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงิน คืนตามมูลค่าเวนคืนเงินสด (ช่องที่ 5) ที่ปรากฏในตารางมูลค่ากรมธรรม์ประกันภัย

ตารางต่อไปนี้แสดงจำนวนเบี้ยประกันภัย ค่าใช้จ่ายและมูลค่าเวนคืนเงินสดของแบบสะสม ทรัพย์ 20/20 จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท อายุ 35 ปี เพศชาย

สิ้นปี
จำนวนเบี้ย
ค่าใช้จ่าย
เงินสำรอง
มูลค่าเวนคืน
กรมธรรม์
ประกันภัย
ประกันภัย
เงินสด
(1)
(2)
(3)
(4)
(5)
1
4,525
5,473
0
0
2
4,525
853
3,100
1,600
3
4,525
853
6,500
4,800
4
4,525
853
10,000
8,500
5
4,525
853
13,600
12,300
6
4,525
853
17,500
16,700
7
4,525
853
21,600
21,600
8
4,525
853
25,900
25,900
9
4,525
853
30,400
30,400
10
4,525
853
35,200
35,200
11
4,525
853
40,200
40,200
12
4,525
853
45,500
45,500
13
4,525
853
51,000
51,000
14
4,525
853
56,900
56,900
15
4,525
853
63,100
63,100
16
4,525
853
69,600
69,600
17
4,525
853
76,500
76,500
18
4,525
853
83,900
83,900
19
4,525
853
91,700
91,700
20
4,525
853
100,000
100,000
  • ค่าใช้จ่ายคำนวณตามประกาศกรมการประกันภัย เรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกันภัย
  • เงินสำรองประกันภัย หมายถึง เบี้ยประกันภัยหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆที่บริษัทจัดเก็บไว้เพื่อจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามเงื่อนไขกรมธรรม์
  • มูลค่าเวนคืนเงินสด หมายถึง จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเมื่อขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย

จากตารางข้างต้น จะเห็นได้ว่าเบี้ยประกันภัยจำนวน 4,525 บาท ที่จ่ายไปในปีแรกนั้นมีจำนวนที่น้อยกว่าค่าใช้จ่ายในปีแรก ซึ่งมีจำนวน 5,473 บาท เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในปีแรกสูง ค่าใช้จ่ายดังกล่าวนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่คำนวณตาม ประกาศกรมการประกันภัย โดยคำนวณค่าใช้จ่ายในแต่ละปีของกรมธรรม์ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายตามตัวอย่างที่ 1 และตัวอย่างที่ 2 เป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตลอดอายุกรมธรรม์

นอกจากนี้จะสังเกตเห็นว่า มูลค่าเวนคืนเงินสดจะมีจำนวนน้อยกว่าเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระไป แต่จะค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นจนมีจำนวนเท่ากันกับจำนวนเงินเอาประกันเมื่อกรมธรรม์ครบกำหนด การทำประกันชีวิตถ้าผู้เอาประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์เมื่อกรมธรรม์มีอายุกรมธรรม์น้อยๆ ผู้เอาประกันภัยก็จะได้รับเงินคืนน้อยเมื่อเทียบกับเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระไป ดังนั้นผู้เอาประกันภัยไม่ควรจะยกเลิกกรมธรรม์ก่อนกรมธรรม์ครบกำหนด

 

ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :

นาย วรเดช ปัญจรงคะ ( Mr. Voradaj Panjarongkha )

  • ผู้บริหารหน่วย นำทอง 667
  • บริษัท อเมริกันอินเเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด ( เอไอเอ ) ( AIA )
  • มือถือ ( Mobile ) : 0-6533-7199
  • โทรศัพท์/โทรสาร ( Tel/Fax ): 0-2637-9999 ต่อ 2765
  • อีเมล์ ( E-mail ) : voradaj@easyinsurance4u.com

Link :

www.buddha4u.org :: www.thaisilver4u.com :: www.assetdd.com :: www.duangdee.name :: www.rotary4u.org

 

ธุรกิจ และ บริการ | ความรู้เกี่ยวกับการ ประกันภัย | ทางเลือก สายอาชีพ | เพื่อ ตัวแทน
สั่งซื้อ ออนไลน์ | กระดานกระทู้ | ติดต่อ กับ เรา | แผนผัง

 
 
สงวนลิขสิทธิ์โดย www.easyinsurance4u.com       ปรับปรุงล่าสุด: 4 มกราคม 2549 Contact Email : voradaj@easyinsurance4u.com

ค้นหา:
 ไปยัง: