1. ประวัติของการประกันภัย
2. จรรยาบรรณ และ
ศิลธรรมของตัวแทน
3. ความรู้เกี่ยวกับประกันชีวิต
4. ความรู้ตามประมวล
กฎหมายแพ่ง และพาณิชย์
5. ความรู้เกี่ยวกับพระราช-
บัญญัต ิประกันชีวิตพ.ศ.2535
6. เหตุแห่งสัญญาโมฆียะ
7. คู่มือประกันชีวิต
8. ความรู้ทั่วไป
9. แบบประกันที่เหมาะสม
กับเรา
10. ข้อแนะนำการซื้อประกันภัย
11. ข้อแนะนำการรับมอบ
กรมธรรม์
12. ข้อพิพาทการประกันภัย
13. ความรู้เกี่ยวกับการประกัน
วินาศภัย
14. การลดหย่อนภาษี
15. สายด่วนสุขภาพ เอ.ไอ.เอ
16. ข้อมูลทางสถิติ
17. สถานะทางการเงินของ
บริษัทต่างๆ
18. เว็ปไซด์ที่เกี่ยวข้อง








คู่มือ ประกันชีวิต (ต่อ)

ในการทำ ประกันชีวิต กับ ตัวแทน ประกันชีวิต เกี่ยวข้องอย่างไร

ในการทำประกันชีวิต ผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกันชีวิตมักจะไม่ได้ติดต่อกันโดยตรง ตัวแทนประกันชีวิตจะเป็นคนกลางระหว่างบริษัทกับผู้เอาประกันภัย ในการให้คำแนะนำ และชักชวนให้ทำประกันชีวิต ตัวแทนประกันชีวิตจึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นสื่อกลางที่จะอธิบายให้ท่านเข้าใจในเงื่อนไขของผลประโยชน์ ข้อยกเว้นและข้อควร ปฏิบัติต่างๆ ตัวแทนประกันชีวิตที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องได้รับใบอนุญาตการเป็นตัวแทนประกันชีวิตจากกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชยนอกจากนี้ตัวแทนประกันชีวิตบางคนยังทำหน้าที่เก็บเบี้ยประกันภัยอีกด้วย ซึ่งตัวแทนประกันชีวิตที่จะเก็บเบี้ยประกันภัยได้จะต้องได้รับมอบอำนาจจากบริษัทให้เก็บเบี้ยประกันภัย ดังนั้นทันทีที่ท่านได้ชำระเบี้ยประกันภัยแล้วขอให้ท่านเรียกใบเสร็จรับเงินจากตัวแทนประกันชีวิตไว้เป็นหลักฐานยืนยันว่า ท่านได้ชำระเบี้ยประกันภัยแล้ว

ตัวแทนประกันชีวิตเป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้เอาประกันภัยมากที่สุด บริษัทจะทราบข้อมูลต่างๆ ของผู้เอาประกันภัยด้วยข้อมูลที่ได้รับจากตัวแทนประกันชีวิตฉะนั้นข้อมูลต่างๆที่ผู้เอาประกันภัยให้แก่ตัวแทนประกันชีวิตจะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตามความเป็นจริง ถ้าหากมีการปกปิดหรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จในสาระสำคัญ บริษัทอาจถือเป็นเหตุในการยกเลิกสัญญาได้ตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 865 การปกปิดข้อเท็จจริงใดๆอาจจะเป็นเหตุให้บริษัทประกันชีวิตไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันชีวิตได้

ดังนั้นในการที่ท่านจะทำประกันชีวิตผ่านตัวแทนประกันชีวิตผู้ใด ขอให้พิจารณาว่าตัวแทนประกันชีวิตผู้นั้นเป็นบุคคลที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายรวมทั้งเป็นบุคคลที่ท่านสามารถเชื่อถือและไว้วางใจได้ว่าจะเป็นผู้ให้คำแนะนำที่ถูกต้อง และเป็นผู้ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่ท่านจะได้รับอย่างยุติธรรม

รูปแบบการเสนอขาย ประกันชีวิต โดยส่วนใหญ่เป็นอย่างไร

ในขณะนี้การเสนอขายประกันชีวิตของตัวแทนประกันชีวิต มีวิธีการที่แตกต่างกันออกไปหลายวิธี วิธีการหนึ่งที่นิยมใช้กันก็คือ การทำเอกสารประกอบการนำเสนอขายของตัวแทนประกันชีวิต ซึ่งบางครั้งทำให้ผู้เอาประกันภัยเข้าใจผิดและมีผู้เอาประกันภัยจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจทำประกันชีวิตโดยดูข้อมูลจากเอกสารประกอบการเสนอขายเพียงอย่างเดียว เอกสารประกอบการเสนอขายนี้เมื่อเปรียบเทียบกับการขายสินค้าชนิดอื่นๆ ก็คือใบโฆษณาสินค้านั่นเอง ข้อมูลในใบโฆษณาดังกล่าวบางส่วนอาจไม่ถูกต้องกับผลประโยชน์ที่แท้จริงของการประกันชีวิตแบบนั้น หรือบางครั้งอาจจะมีการแสดงข้อมูลทีเกินความเป็นจริงหรือข้อมูลที่คาดว่าจะเป็นไปได้เท่านั้น

ผู้ที่จะทำประกันชีวิตควรขอดูข้อมูลจากสำเนากรมธรรม์ประกันภัย โดยเฉพาะส่วนที่เป็นหน้าตารางกรมธรรม์ และข้อกำหนดการจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันภัย (ตามตัวอย่างที่ปรากฏในส่วนท้ายของหนังสือนี้) ของแบบการประกันชีวิตที่ท่านเลือกประกอบการตัดสินใจเป็นหลัก เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวนั้นได้ผ่านการให้ความเห็นชอบจากกรมการประกันภัยเรียบร้อยแล้ว

ทำอย่างไรเมื่อตัวแทน ประกันชีวิต มาเสนอขาย

เมื่อตัวแทนประกันชีวิตมาเสนอขายประกันชีวิตขอให้ผู้เอาประกันภัยปฏิบัติดังต่อไปนี้

  1. ขอดูใบอนุญาตการเป็นตัวแทนประกันชีวิต ซึ่งออกโดยกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์
  2. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกบการประกันชีวิตให้เข้าใจ อย่ารีบตัดสินใจหรือลงลายมือชื่อในเอกสารใดๆ ควรตรวจดูว่าเอกสารนั้นเป็นเอกสารอะไร มีผลอย่างไรกับท่าน
  3. ให้ตัวแทนประกันชีวิตนำตัวอย่างสำเนากรมธรรม์ประกันภัยมาอธิบายให้ท่านฟัง ซึ่งในสำเนากรมธรรม์นั้นท่านจะทราบแบบการประกันชีวิต ผลประโยชน์ที่ท่านจะได้รับในอนาคต สิทธิหน้าที่ ข้อยกเว้นต่างๆโดยผลประโยชน์ทุกอย่างที่จะได้รับจะต้องระบุไว้ในกรมธรรม์
  4. ให้ตัวแทนประกันชีวิตเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามเป็นหลักฐานว่า ได้เสนอขายประกันชีวิตแบบอะไรให้แก่ท่าน ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัยเท่าไร แนบมาพร้อมสำเนากรมธรรม์ตามข้อ 3
  5. เก็บหลักฐานตามข้อ 3 และข้อ 4 ไว้เพื่อเปรียบเทียบกับกรมธรรม์ที่ท่านจะได้รับจริง เมื่อตัดสินใจทำประกันชีวิต ถ้ากรมธรรม์ที่ท่านรับนั้นไม่ถูกต้องกับแบบที่ตัวแทนประกันชีวิตนำมาเสนอขาย ให้ท่านรีบแจ้งบริษัทเพื่อเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์ในทันที ถ้าท่านปฏิบัติได้ตามขั้นตอนข้างต้น ท่านจะได้รับความคุ้มครองตามที่ท่านต้องการ ซึ่งหากท่านตัดสินใจทำประกันชีวิต ก็ขอให้พิจารณาขั้นตอนในการทำประกันชีวิตต่อไป

ขั้นตอนการทำ ประกันชีวิต อย่างถูกวิธีทำอย่างไร

การทำประกันชีวิตให้บรรลุเป้าหมายและได้รับประโยชน์สูงสุดนั้นควรทำอย่างรอบคอบ เพราะการทำประกันชีวิตเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัว โดยผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่หลักในการชำระเบี้ยประกันภัยอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลานาน เช่น 10 ปี 20 ปี หรือตลอดชีวิต การทำประกันชีวิตควรจะเกิดขึ้นจากความต้องการทำประกันชีวิต หรือเห็นประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำประกันชีวิต แต่บ่อยครั้งที่พบว่าผู้เอาประกันภัยทำประกันชีวิตด้วยความเกรงใจ หรือเกิดจากการชักชวนของตัวแทนประกันชีวิต มีผู้เอาประกันภัยไม่น้อยที่ทำประกันชีวิตโดยไม่รู้เงื่อนไขสัญญาและลักษณะของกรมธรรม์เป็นอย่างไร ดังนั้นเมื่อจะตัดสินใจทำประกันชีวิต ไม่ว่าผู้ที่มาเสนอขายจะเป็นญาติ เพื่อนสนิทหรือใครก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ

  1. แบบการประกันชีวิต ควรเลือกกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองและมีเงื่อนไขการจ่ายเงินและผลประโยชน์ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด เพราะการประกันชีวิตแต่ละแบบมีความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน
  2. ความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย ท่านจะต้องประมาณจำนวนเงินที่ท่านพอที่จะชำระเบี้ยประกันภัยได้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย เพราะหากไม่สามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัยจะทำให้กรมธรรม์ขาดผลบังคับและสิ้นสุดความคุ้มครองทำให้เสียประโยชน์อันพึงจะได้รับ
  3. กรอกใบคำขอเอาประกันภัยตามความเป็นจริงทุกประการด้วยตนเอง หรือหากผู้อื่นกรอกให้จะต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงลายมือชื่อ
  4. เมื่อกรอกใบคำขอเอาประกันภัยเรียบร้อยแล้วและชำระเบี้ยประกันงวดแรกแล้ว ต้องเรียกใบเสร็จรับเงินชำระเบี้ยประกันภัยชั่วคราวจากตัวแทนประกันชีวิตเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย
  5. เมื่อได้รับกรมธรรม์พร้อมกับใบเสร็จรับเงินแล้วให้ตรวจสอบรายละเอียด โดยเฉพาะข้อมูลที่ระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์ว่าถูกต้องตรงกับความประสงค์ซึ่งแจ้งไว้ในคำขอเอาประกันภัยหรือไม่ หากพบความผิดพลาดรีบแจ้งบริษัทเพื่อแก้ไข
  6. อ่านกรมธรรม์โดยละเอียด เพื่อศึกษาเงื่อนไขของกรมธรรม์ทั้งหน้าที่และสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับ

จะชำระเบี้ย ประกันภัย อย่างไรไม่ให้กรมธรรม์ ประกันภัย ขาดอายุ

กรมธรรม์ประกันภัยจะให้ความคุ้มครองหรือมีผลบังคับอยู่ได้ด้วยการที่ผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยให้ตรงตามกำหนดเวลา ผู้เอาประกันภัยจำนวนไม่น้อยมีปัญหาในเรื่องการชำระเบี้ยประกันภัย เช่น ตัวแทนประกันชีวิตไม่มาเก็บเงินตามที่กำหนด ตัวแทนประกันชีวิตลาออก หรือตัวแทนประกันชีวิตบางรายเก็บเงินแล้วไม่นำส่งบริษัท

กรมการประกันภัย จึงขอแนะนำให้ผู้เอาประกันภัยสอบถามวิธีการชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำประกันชีวิต เพราะผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกวิธีการชำระเบี้ยประกันภัยได้หลายวิธีแล้วแต่ความสะดวกของผู้เอาประกันภัยคือ

  1. การชำระโดยการหักจากยอดเงินฝากจากบัญชีธนาคาร ท่านสามารถขอแบบฟอร์มจากบริษัทประกันชีวิตพร้อมกรอกรายละเอียด และส่งให้บริษัทดำเนินการต่อไป ซึ่งวิธีการนี้เมื่อถึงเวลาชำระเบี้ยประกันภัย ธนาคารจะเป็นผู้หักเบี้ยประกันภัยจากบัญชีธนาคารของท่าน วิธีนี้ถือเป็นวิธีการที่ดี และผู้เอาประกันภัยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการชำระเบี้ยประกันภัย
  2. การชำระผ่านที่ทำการของธนาคาร ท่านจะต้องนำใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันภัยที่บริษัทส่งมาให้ทุกๆครั้งที่ถึงกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย ไปยังธนาคารที่กำหนด โดยธนาคารจะให้ส่วนหนึ่งของใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันภัยไว้เป็นหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัย
  3. การชำระทางธนาณัตโดยสั่งจ่ายบริษัทหรือสาขาบริษัทประกันชีวิตที่ท่านทำประกันชีวิตไว้
  4. การชำระด้วยตนเองที่บริษัทหรือสาขาของบริษัท ที่ท่านสะดวกในการติดต่อ
  5. การชำระผ่านทางตัวแทนประกันชีวิต วิธีการนี้เป็นวิธีที่ใช้กันอยู่มากในขณะนี้ แต่อาจจะมีผลเสียในกรณีที่ตัวแทนประกันชีวิตไม่มารับเบี้ยประกันภัยตรงตามกำหนดเวลา จะทำให้กรมธรรม์ประกันภัยของท่านขาดผลบังคับได้

จากวิธีการชำระเบี้ยประกันภัยดังกล่าวข้างต้น จะเลือกวิธีใดก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกันภัยเอง แต่ไม่ว่าท่านจะชำระเบี้ยประกันภัยด้วยวิธีใดก็ตาม อย่าลืมเก็บหลักฐานการชำระเงินหรือใบเสร็จรับเงิน เพราะหลักฐานการจ่ายเงินและใบเสร็จรับเงินจะเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าได้ชำระเบี้ยประกันภัยไปแล้ว

หากมีปัญหาด้านการเงินเพื่อชำระเบี้ย ประกันภัย ควรทำอย่างไร

เมื่อผู้เอาประกันภัยประสบปัญหาทางด้านการเงินในการชำระเบี้ยประกันภัยหลังจากที่ได้ทำประกันชีวิตไปแล้ว มีวิธีการแก้ปัญหาดังต่อไปนี้

  1. การลดจำนวนเงินเอาประกันภัย จะช่วยให้เบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระลดลง โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องไปติดต่อที่บริษัทหรือสาขาของบริษัทที่ได้ทำประกันชีวิตไว้
  2. การขอเปลี่ยนแบบการประกันชีวิต แบบการประกันชีวิตที่มีเงื่อนไขการจ่ายเงินผลประโยชน์มากๆ เบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระในแต่ละงวดจะมีจำนวนมากด้วย การขอเปลี่ยนเป็นแบบที่มีเงื่อนไขการจ่ายผลประโยชน์ที่น้อยลง จะทำให้เบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระในแต่ละงวดจะมีจำนวนน้อยลง โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องไปติดต่อบริษัทหรือสาขาของบริษัทที่ได้ทำประกันชีวิตไว้
  3. การขอยกเลิกสัญญาเพิ่มเติมกรมธรรม์ประกันภัย เช่น สัญญาเพิ่มเติมการประกันอุบัติเหตุ เป็นต้น สัญญาเพิ่มเติมดังกล่าวส่วนมากจะมีระยะเวลาในการให้ความคุ้มครองเพียงหนึ่งปี การขอยกเลิกสัญญาเพิ่มเติมออกไปจะลดจำนวนเบี้ยประกันภัยที่จะต้องชำระในแต่ละงวดได้โดยแจ้งให้บริษัททราบและไม่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติมนั้นต่อไป
  4. การขอเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ยประกันภัย ถ้าการชำระเบี้ยประกันภัยของแบบของแบบการประกันชีวิตที่ทำไว้เป็นรายปี ก็สามารถขอเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ยประกันภัยจากรายปี เป็นราย 6 เดือน หรือ ราย 3 เดือน หรือรายเดือน เพื่อแบ่งจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระในแต่ละครั้งให้น้อยลง
  5. การขอเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จหรือขยายเวลา เมื่อชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้วจนมีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยสามารถไปติดต่อบริษัทที่ทำประกันชีวิตไว้ เพื่อแปลงเป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จหรือขยายเวลา
    • กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ คือ การแปลงกรมธรรม์ที่ทำให้ผู้เอาประกันภัยยังคงได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์เดิมหรือตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ โดยยังคงมีระยะเวลาความคุ้มครองเท่าเดิม แต่จำนวนเงินเอาประกันภัยลดลง
    • กรมธรรม์ขยายเวลา คือ การแปลงกรมธรรม์เดิมเป็นกรมธรรม์แบบชั่วระยะเวลาที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยเท่าเดิม แต่ระยะความคุ้มครองลดลง ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่ขยายออกไป ผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย แต่ถ้าผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่จนครบระยะเวลาที่ขยายออกไป กรมธรรม์ก็จะสิ้นผลบังคับโดยที่จะไม่ได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย
  6. การขอกู้ยืมเงินโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยเป็นประกัน เมื่อชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือกรมธรรม์มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยสามารถกู้ยืมเงินได้โดยจำนวนเงินที่กู้ได้ไม่เกินมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์

สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ วรเดช ปัญจรงคะ ผู้บริหารหน่วยนำทอง667 บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด
มือถือ 06-5337199 โทรศัพท์ 02-6379999 ต่อ 2765 โทรสาร 02-6379999 ต่อ 2765 อีเมล์ voradaj@yahoo.com”

ธุรกิจ และ บริการ | ความรู้เกี่ยวกับการ ประกันภัย | ทางเลือก สายอาชีพ | เพื่อ ตัวแทน
สั่งซื้อ ออนไลน์ | กระดานกระทู้ | ติดต่อ กับ เรา | แผนผัง

 
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560         
สงวนลิขสิทธิ์โดย www.easyinsurance4u.com       ปรับปรุงล่าสุด: 10กรกฎาคม 2548

ค้นหา:
 ไปยัง: