1. ประวัติของการประกันภัย
2. จรรยาบรรณ และ
ศิลธรรมของตัวแทน
3. ความรู้เกี่ยวกับประกันชีวิต
4. ความรู้ตามประมวล
กฎหมายแพ่ง และพาณิชย์
5. ความรู้เกี่ยวกับพระราช-
บัญญัต ิประกันชีวิตพ.ศ.2535
6. เหตุแห่งสัญญาโมฆียะ
7. คู่มือประกันชีวิต
8. ความรู้ทั่วไป
9. แบบประกันที่เหมาะสม
กับเรา
10. ข้อแนะนำการซื้อประกันภัย
11. ข้อแนะนำการรับมอบ
กรมธรรม์
12. ข้อพิพาทการประกันภัย
13. ความรู้เกี่ยวกับการประกัน
วินาศภัย
14. การลดหย่อนภาษี
15. สายด่วนสุขภาพ เอ.ไอ.เอ
16. ข้อมูลทางสถิติ
17. สถานะทางการเงินของ
บริษัทต่างๆ
18. เว็ปไซด์ที่เกี่ยวข้อง








คู่มือ ประกันชีวิต (ต่อ)

บริษัทปฏิเสธการจ่ายเงินจากการทำ ประกันชีวิต ในกรณีใดได้บ้าง

บริษัทประกันชีวิตจะไม่จ่ายเงินเอาประกันภัยจากการประกันชีวิตตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

  1. การปกปิดข้อความจริงและแถลงข้อความเท็จ การที่ผู้เอาประกันภัยปกปิดข้อความจริง ตลอดจนการแถลงข้อความที่เป็นเท็จในใบคำขอเอาประกันภัย ซึ่งเป็นสาระสำคัญในการพิจารณารับประกันชีวิต บริษัทมีสิทธิปฏิเสธการจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย โดยการบอกล้างสัญญาภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาประกันภัย หรือวันต่ออายุสัญญาครั้งสุดท้าย
  2. การฆ่าตัวตายโดยเจตนาภายใน 1 ปี การฆ่าตัวตายโดยเจตนาภายใน 1 ปี นับแต่วันทำสัญญาหรือวันต่ออายุสัญญาครั้งสุดท้ายถือเป็นข้อยกเว้นการจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ฆ่าตัวตาย เพื่อหวังจำนวนเงินเอาประกันภัย
  3. ผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกันภัยโดยเจตนา ถือเป็นข้อยกเว้นการจ่ายเงินเอาประกันภัยตามกฎหมาย เพราะบุคคลจะรับประโยชน์จากการทำผิดของตนไม่ได้ แต่ถ้ามีผู้รับประโยชน์มากว่า 1 คน และไม่มีส่วนร่วมในการฆ่าผู้เอาประกันภัยแล้วบริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ที่ไม่มีส่วนในการฆ่าผู้เอาประกันภัยตามส่วน
  4. การเสียชีวิตโดยธรรมชาติในระยะเวลารอคอย กรมธรรม์ประกันภัยบางประเภทที่ทำการชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายเดือนมีจำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำ และการรับประกันชีวิตไม่มีการตรวจสุขภาพผู้ขอเอาประกันภัย เงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยจะมีระยะเวลารอคอย 180 วัน นับแต่วันทำสัญญา หรือวันต่ออายุสัญญาครั้งสุดท้าย หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตโดยธรรมชาติในระยะเวลารอคอย บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยที่ชำระไปแล้วคืนให้ แต่ถ้าเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ บริษัทจะต้องจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้
  5. การปกปิดอายุจริงของผู้เอาประกันภัย อยู่นอกจำกัดอัตราการค้าปกติของบริษัท

หากบริษัทพิสูจน์ได้ว่าในขณะที่ทำสัญญาประกันชีวิต อายุที่ถูกต้องแท้จริงของผู้เอาประกันภัยอยู่นอกจำกัดอัตราการค้าปกติแล้ว บริษัทมีสิทธิปฏิเสธการจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย โดยการบอกล้างสัญญาประกันภัยได้

การขอรับเงินตามกรมธรรม์ ประกันภัย ต้องปฏิบัติอย่างไร

ผู้เอาประกันภัยสามารถจะขอรับเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยอันมีสาเหตุมาจากกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

  1. กรณีผู้เอา ประกันภัย เสียชีวิต ให้รีบแจ้งบริษัทภายในเวลาที่กำหนดในสัญญา พร้อมทั้งยื่นหลเอกสารหลักฐานให้กับบริษัทดังนี้
    • 1.1 กรมธรรม์ประกันภัยถ้าหายให้แจ้งความแล้วนำสำเนารายงานประจำวันรับแจ้งเอกสาร หายไปแสดงแทน
    • 1.2 ใบเสร็จรับเงินเบี้ยประกันภัยงวดสุดท้าย
    • 1.3 ใบมรณะบัตรของผู้เอาประกันภัย พร้อมสำเนา
    • 1.4 บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้เอาประกันภัยพร้อมสำเนา
    • 1.5 บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้รับประโยชน์ทุกคนพร้อมสำเนา
    • 1.6 ทะเบียนบ้านฉบับจริงของผู้เอาประกันภัยที่มีการคัดชื่อออกหรือจำหน่ายตายออกจาก ทะเบียนบ้านแล้ว พร้อมสำเนา
    • 1.7 ทะเบียนบ้านฉบับจริงของผู้รับประโยชน์ทุกคน พร้อมสำเนา
    • 1.8 ใบรับรองแพทย์กรณีเสียชีวิตที่โรงพยาบาล หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตโดยฆ่าตัวตาย ต้องนำสำเนาบันทึกประจำวันรับแจ้งเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง และใบชันสูตรพลิกศพที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง และหากเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุให้นำสำเนาบันทึกประจำวันหลังจากกลับจากสถานที่เกิดเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  2. กรณีเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล ทุพพลภาพและสูญเสียอวัยวะ ต้องแจ้งให้บริษัททราบภายใน 30 วัน และยื่นหลักฐานดังนี้
    • 2.1 กรอกแบบฟอร์มใบเรียกร้องค่าทดแทนของบริษัท
    • 2.2 ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลที่ระบุวันเริ่มต้น และวันสุดท้ายในการเข้ารักษาตัวใน โรงพยาบาล
    • 2.3 อื่นๆ เช่น ฟิล์มเอ็กซเรย์
    • 2.4 ใบรับรองแพทย์
  3. กรณีกรมธรรม์ครบกำหนด
    • 3.1 ถ้ากรมธรรม์ประกันภัยหายให้แจ้งความและนำสำเนาใบแจ้งความไปแสดงแทน
    • 3.2 บัตรประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัย
    • 3.3 ใบเสร็จรับเงินเบี้ยประกันภัยงวดสุดท้าย
 

หน้าตารางกรมธรรม์ ประกันภัย เป็นอย่างไร

หน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัย เป็นตารางที่แสดงให้ผู้เอาประกันภัยได้ทราบว่า เมื่อบริษัทตกลงทำสัญญาประกันภัยแล้ว จะระบุรายละเอียดต่างๆดังนี้ ชื่อ ที่อยู่บริษัท ชื่อผู้เอาประกันภัย อายุ ระยะเวลาประกันภัย วันเริ่มสัญญา วันครบกำหนดสัญญา แบบการประกันชีวิตและสัญญาเพิ่มเติมที่ต้องการความคุ้มครองพร้อมกับจำนวนเงินเอาประกันภัย และเบี้ยปะกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยต้องชำระ และที่สำคัญต้องการลงลายมือชื่อกรรมการผู้ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทพร้อมประทับตราบริษัทไว้ด้วย ดังตัวอย่าง

ตัวอย่างหน้าตารางกรมธรรม์ ประกันภัย


ชื่อบริษัท กรมธรรม์เลขที่....................
(ตราบริษัท สถานที่ตั้ง และหมายเลขโทรศัพท์)
ซึ่งต่อไปนี้ให้เรียกว่า “ บริษัท ” ได้ตกลงรับประกันชีวิต


ชื่อผู้เอาประกัน............................................อายุ......................ปี เพศ....................
แบบประกันชีวิต..........................................ระยะเวลาเอาประกันภัย....................... ปี
วันเริ่มสัญญาประกันภัย................................วันครบกำหนดสัญญา.............................. ตารางแห่งกรมธรรม์

ผลประโยชน์ความคุ้มครอง

จำนวนเงินเอาประกันภัย/ ผลประโยชน์ (บาท)

เบี้ยประกันภัย (บาท)

ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย (ปี)

ประกันชีวิต

สัญญาเพิ่มเติม

 

 

 

กำหนดชำระเบี้ยประกันภัยทุกวันที่...........................เบี้ยประกันรวม........................................บาท

ชื่อผู้รับผลประโยชน์

ข้อกำหนดการจ่ายเงินของกรมธรรม์ เงื่อนไขทั่วไปซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าต่อๆไป รวมทั้งสำเนาใบคำขอเอาประกันชีวิต ใบแถลงสุขภาพ ข้อแถลงเพิ่มเติม บันทึกเพิ่มเติม บันทึกสลักหลังต่างๆ ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกรมธรรม์ประกันภัยนี้ เพื่อเป็นหลักฐาน บริษัทโดยกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทได้ทำสัญญาประกันภัยและออกกรมธรรม์ พร้อมทั้งลงนามและประทับตราบริษัทไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้เป็นสำคัญ ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัท วันที่...เดือน...พ.ศ....

(ประทับตราบริษัท)

......................... .........................
( ) ( )
กรรมการ กรรมการ

......................... ..........................
( ) ( )

รับมอบอำนาจ กรรมการ

ตัวแทน/นายหน้า....................ใบอนุญาตเลขที่

ข้อกำหนดการจ่ายเงินตามกรมธรรม์ ประกันภัย หมายถึงอะไร

หมายถึงประโยชน์ความคุ้มครองในแต่ละแบบการประกันชีวิตและผลประโยชน์อื่นๆ (ถ้ามี) ซึ่งต้องระบุไว้อย่างชัดเจน (ดังตัวอย่าง) ข้อกำหนดการจ่ายเงินดังกล่าว บริษัทจะส่งให้พร้อมกับกรมธรรม์ประกันภัย สำหรับผลประโยชน์ความคุ้มครองสัญญาเพิ่มเติมบริษัทจะระบุไว้ในสัญญาเพิ่มเติมแต่ละสัญญา

ตัวอย่างข้อกำหนดการจ่ายเงิน

ตามกรมธรรม์ ประกันภัย

แบบ..................................

ภายใต้เงื่อนไขแห่งกรมธรรม์และบันทึกเพิ่มเติม (ถ้ามี) บริษัทจะจ่ายเงินดังนี้

1) ผู้เอาประกันภัยยังมีชีวิตอยู่ในวันครบกำหนดสัญญาและกรมธรรม์มีผลบังคับ จ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย

2) ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับภายในระยะเวลาเอาประกันภัย จ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์

3) เงินปันผล

ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่และกรมธรรม์มีผลบังคับ บริษัทจะจ่ายเงินปันผลต่อจำนวนเงินเอาประกันภัย 10,000 บาท ตามตารางต่อไปนี้

สิ้นปีที่
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
จำนวนเงินปันผล
100
100
110
110
120
130
140
150
160
170
สิ้นปีที่
12
13
14
15
16
17
18
19
20
จำนวนเงินปันผล
180
190
200
210
220
240
250
270
690

หากปีใดเงินปันผลมากกว่าที่ได้กำหนดไว้ บริษัทจะแจ้งให้ทราบเมื่อถึงกำหนดทุกครั้ง

สิทธิเกี่ยวกับการขอรับเงินปันผล

ในกรณีที่กรมธรรม์ประกันภัยเป็นชนิดมีเงินปันผล ผู้เอาประกันมีสิทธิขอเลือกรับเงินปันผลในใบคำขอเอาประกันภัยได้ 4 วิธี คือ

  1. ขอรับเป็นเงินสด
  2. นำไปชำระเบี้ยประกันภัย
  3. ฝากไว้กับบริษัท โดยที่บริษัทจะจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินปันผลที่ฝากไว้กับบริษัททุกปีในอัตราดอกเบี้ยทบต้น ตามที่นายทะเบียนประกาศกำหนด
  4. ขอเพิ่มจำนวนเงินเอาประกันภัย ซึ่งจะมีสิทธิได้รับเมื่อกรมธรรม์ประกันภัยครบกำหนด หรือเมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต

สิทธิในการหักลดหย่อนภาษี

เบี้ยประกันชีวิตของกรมธรรม์ที่มีอายุสัญญาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราปีละไม่เกิน 50,000 บาท โดยแสดงใบรับเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระในปีภาษีนั้นต่อกรมสรรพากร

ผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีเงินได้อยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษี สามารถนำเบี้ยประกันภัยส่วนที่ไม่เกิน 50,000 บาท ไปหักลดจากรายได้สุทธิก่อนคำนวณภาษี ทำให้เสียภาษีเงินได้น้อยลงคิดเป็นอัตราเท่ากับอัตราของภาษีที่ต้องจ่าย เช่น นาย ก ชำระเบี้ยประกันชีวิตรายปีปีละ 50,000 บาท และเป็นผู้มีเงินได้ในเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี 20 % เมื่อนาย ก นำใบรับเบี้ยประกันภัยจำนวน 50,000 บาท ไปขอหักลดหย่อนภาษี จะทำให้นาย ก เสียภาษีน้อยลง 20 % คิดเป็นเงิน 10,000 บาท

สิทธิในการหักลดหย่อนภาษีนี้จะคงอยู่ตลอดเวลาที่มีการชำระเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ข้างต้น

ที่มา : กรมการประกันภัย

สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ วรเดช ปัญจรงคะ ผู้บริหารหน่วยนำทอง667 บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด
มือถือ 06-5337199 โทรศัพท์ 02-6379999 ต่อ 2765 โทรสาร 02-6379999 ต่อ 2765 อีเมล์ voradaj@yahoo.com”

ธุรกิจ และ บริการ | ความรู้เกี่ยวกับการ ประกันภัย | ทางเลือก สายอาชีพ | เพื่อ ตัวแทน
สั่งซื้อ ออนไลน์ | กระดานกระทู้ | ติดต่อ กับ เรา | แผนผัง

 
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560         
สงวนลิขสิทธิ์โดย www.easyinsurance4u.com       ปรับปรุงล่าสุด: 10กรกฎาคม 2548

ค้นหา:
 ไปยัง: